เอนทรีนี้ทีแรกตั้งใจจะใช้เพลง ด้วยรักและผูกพัน เวอร์ชั่น SLUR มาประกอบ แต่พอเขียนเสร็จแล้ว เนื้อเรื่องดูไม่ค่อยเหมาะกับเพลงกระโดดยังไงไม่รู้

เอางี้ เลือกเอาเองละกันครับ ชอบอันไหนก็ฟังอันนั้นละกัน อันที่ผม autoplay ไว้เป็นเพลงในล็อบบี้โรงแรมผมเองครับ หวังว่าคงชอบ

_________________________________________________________________

การจากลา จะเป็นได้แค่ตัวหนังสือในนิยาย และมีตัวตนอยู่จริงๆในความรู้สึกของคนระหว่างสองคนเท่านั้น                


ผมเป็นคนไม่เชื่อในการจากลาครับ

อ่านแล้วเหมือนผมเป็นกระด้างๆใช่มั้ยครับ
แต่ผมคิดอย่างนี้เงียบๆมาตั้งนานแล้ว ขอบคุณพื้นที่อุดมคติแห่งนี้ที่ผมสามารถบอกใครๆในสิ่งผมคิด

จำได้แม่นว่าในงานปัจฉิมลิขิตตอนมอสาม ที่ครูบาอาจารย์มาพูดเรื่องราวซึ้งๆ เด็กๆมานั่งกอดคอกันร้องไห้  แลกเสื้อนักเรียนกันเขียน "กูรักมึง" "คิดถึงกูบ้างนะ" ทำกันอย่างกับจะไปเรียนต่อกันที่ดาวพฤหัสกัน บอกกันตรงๆว่า เป็นแค่ครั้งนั้นครั้งเดียวในชีวิตที่ผมรู้สึกอินกับการจากลา แต่ก็แค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้นครับ เพราะวันต่อมา เราก็กลับมาเจอกันเหมือนเดิม มอสี่เราก็เรียนโรงเรียนเดียวกันอีก ผมยังแอบคิดอยู่เลยว่า กูจะมาร้องไห้ทำแมวเซาอะไรวะ เพราะสองวันต่อมากูก็เจอกับพวกมึงอยู่ดี จะมีก็ส่วนน้อยมากๆ ที่ไปเรียนต่อที่อื่นต่างจังหวัด ซึ่งเราก็มาเฮฮากันทุกปิดเทอม แล้วปีหนึ่งๆ ปิดเทอมสองหนซะดัวยนะ

 

การจากลา จะเป็นได้แค่ตัวหนังสือในนิยาย 

ยิ่งในยุคตาข่ายสัมพันธ์ที่โลกทั้งโลกเล็กซะจนทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ในคำว่า Google.com และปลายเอื้อมของ mouseของเราแล้วครับ แล้วยังมี msnเอย webcamเอย emailเอย โปรแกรมเซตต่างๆ นี่ยังไม่พูดถึงโทรศัพท์มือถือ ที่เราสามารถคุยกันได้ตลอดเวลาอีกด้วย
แต่สิ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาข้างต้น มันเทียบไม่ได้เลยกับการที่เราเจอหน้ากัน สวมกอดกันจริงๆ

อันนี้ผมไม่เถียงครับ

แต่ในความคิดผม ไอ้การที่เราอยู่ห่างกัน คิดถึงใครสักคนแล้วรู้ว่าอีกคนเค้าก็คิดเหมือนกันเราอยู่ ผมว่ามันมีความสุขมากเหมือนกันนะครับ ถึงแม้ที่จริงอยู่ว่ามันอาจจะเจ็บปวดมากในการที่ต้องรอให้ได้พบกันอีกสักครั้ง


ส่วนตัวผมที่ชีวิตการทำงานส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด เจอกับแฟนผมปีละนับครั้งได้ ซึ่งผมก็ยอมรับว่าไอ้การโทรศัพท์หากันอย่างเดียว มันไม่เคยพอเลยครับ ยิ่งเชทอะไรด้วยแล้ว เราทั้งคู่ไม่เคยทำกันเลยครับ

ผมจะไม่คิดถึงช่วงเวลาที่ห่างกันทั้งคู่มันจะเลวร้ายแค่ไหนหรือมันจะทำให้เราเหงาใจแค่ไหน
แต่ผมจะคอยคิดถึงช่วงเวลาสั้นๆที่เราจะได้เจอกัน ทำดีต่อกัน รักกันมากขึ้น ยิ่งเราห่างกัน ยิ่งเราอดทนหนักแน่นต่อช่องว่างและเวลามากเท่าไหร่ ก็แปลว่าเราสำคัญต่อกันและกันมากแค่ไหนครับ

แต่ถ้า...ใครสักคนเกิดอ่อนใจกับช่องว่างที่เกิดขึ้นแล้วมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ ก็อย่าโกรธอะไรกันเลยครับ


คนเรามันก็เนื้ออ่อนๆด้วยกันทั้งคู่แหละครับ  ในอ้อมแขนของเวลาเรื่องอะไรจะเกิดมันก็เกิด

เพราะฉนั้นแล้วอย่าเก็บคำรักไว้พูดกันเฉพาะโอกาสสำคัญครับ มีโอกาสก็พูดก็บอกกันเข้าไปครับ
อย่ากลัวว่าอีกคนจะเบื่อ เพราะอย่างน้อยมันก็ดีกว่าให้อีกคนมาเดาใจกันเองครับ


การจากลา มีตัวตนอยู่จริงๆในความรู้สึกของคนระหว่างสองคนเท่านั้น

การจากลาที่จริงจังที่สุดในโลกนี้ก็คงอยู่ในความรู้สึกของเรากันเอง ถึงแม้นความตายจะเป็นการจากลาที่เป็นจริง

แต่ผมก็ยังคิดว่า ความชิงชัง ยังเป็นสิ่งที่สามารถทำให้คนหายไปจากโลกได้น่ากลัวกว่าความตายซะอีก คนรักจากกัน เรายังคิดถึง และยังสามารถจับต้องในความรู้สึกนึกคิดและรู้สึกได้บ้างครั้งว่าเค้ายังอยู่กับเรา

แต่ความชิงชังนี่ซิ มันสามารถทำให้ใครสักคนหายไปจากโลกได้เลยนะครับ ไม่ได้พยายามบอกว่า ผมเป็นเทพเจ้าที่ไม่เคยเกลียดชังใคร ผมเคยมีครับ เยอะด้วย (แต่คนละอย่างกับเกาหลีนะครับ กรณีโคเรียน่าจะเป็นเกลียดแบบรำคาญมากกว่า)

แต่เชื่อเถอะครับ มันไม่มีใครเกลียดกันจริงๆหรอก เราแค่ไม่เข้าใจกันและกันมากกว่า คนอื่นมันก็แค่ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้มากกว่า

ความรักก็เช่นกันครับ หากว่าเราต้องอยู่กับคนที่หมดรักแล้ว ก็ปล่อยๆไปเถอะ อยู่ไปมันก็มีแต่ทำร้ายความรู้สึกของเรา แยกให้ออกว่าอันไหนคือความรัก ความผูกพัน

อันไหนความรัก และความเสียดาย  กลัวที่จะเสียคนที่เรารักไปโดยที่ลืมตัวเองไปว่า

ความจริงแล้วคนเราทุกคนกลัว และรับไม่ได้ที่จะอยู่คนเดียวมากกว่าจะเสียคนรักไปเสียอีก

 

อ่านเอนทรีนี้แล้ว เวลาไปส่งเพื่อนเรียนต่างประเทศ ต่างจังหวัด จากที่เราจากลาด้วยคำพูดที่ว่า

"โชคดีนะ"

ลองเพิ่มอีกคำเข้าไปเป็น

"โชคดีนะ แล้วเจอกัน"

เพราะการจากลากันจริงๆ มันอยู่ในความรู้สึกเราเท่านั้นเองครับ 

 

ป.ล. รู้สึกว่าเอนทรีนี้ไม่ตลกเลยว่ะ

ป.ล.2 จากเอนทรีที่แล้วจู่ๆมีน้องคนหนึ่งเข้ามาบอกลาผม ผมไม่รู้ว่าบอกลาในทีนี้น้องเค้าหมายความว่าอะไร แต่ผมสัมผัสได้ถึงความจริงจังของน้องเค้า น้องเค้าก็ทำให้มีเอนทรีขึ้นมาครับ ถึงบรรทัดสุดท้ายแล้ว

ตัวผมเองก็คงมีแค่ตัวหนังสือบอกว่า จงหนักแน่นมีสติกับสิ่งที่ทำ ถ้าทำได้ยินดีด้วย, ถ้าทำไม่ได้ ช่างมันเถอะ แล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้งก็ยังได้

 


 

Comment

Comment:

Tweet

แล้วเจอกันค่ะ Hot!

#45 By GiBBON on 2011-01-15 01:15

ชอบอ่ะ ถ้าทำได้ยินดีด้วย ถ้าทำไม่ได้ ช่างมันเถอะ 555+ วันนี้ไปสอบมา ทำไม่ได้ ดังนั้น เราก็ต้องช่างมันเถอะ 5555+

#44 By เต่าตนุ on 2009-12-01 15:27

แหล่มเลยครับ

#43 By Download All Mp3 (203.156.6.108) on 2009-07-17 01:04

big smile big smile big smile

#42 By ฟังเพลง (117.47.179.121) on 2009-06-28 10:53

confused smile confused smile

#41 By mp3 (117.47.179.121) on 2009-06-28 10:52

กระทู้นี้ซึ้งๆอ่ะค่ะ

#40 By เม (114.128.27.166) on 2009-05-06 19:37

แล้วถ้าเราคิดถึงเค้ามานานมากๆ โดยที่เค้าไม่ได้คิดถึงเราเลยละ...

จะทำยังไงดีคะ? - -*

P.s.1ขออนุญาตแปะบล๊อคของคุณไว้ที่สเปซเราหน่อยนะคะ เพิ่งจะหลงทางเข้ามาได้ 2-3 วัน แต่ต่อไปนี้คงจะหลงมาบ่อยๆ ทุกๆวัน หุหุ
P.s.2หนูก็เป็นคนนึงที่กำลังหางานด้านโรงแรมอยู่ (และยังคงหาอยู่T^T กะชิกๆ..) ที่แว่บเข้ามาในนี้ได้เพราะsearch จาก google หาคำว่า "สัมภาษณ์งาน + โรงแรม" และแล้ว บล๊อคนี้ก็ปิ๊งขึ้นมา!
นอกจากจะได้ประโยชน์เรื่องการสัมภาษณ์งานแล้ว ยังได้ประโยชน์เรื่องของโรงแรมเรื่องอื่นๆอีกตั้งเยอะแน่ะ แถมบล๊อคอย่างฮาแตกแก้เครียดได้ชะงักดีนักแล... คุณเป็นผู้ชายน่ารักมากนะคะ เข้าใจเล่าเรื่องให้คนติดตามได้ดีมากๆๆเลยค่ะ เบนซ์ว่าน่าจะลองตีพิมพ์นะคะ ขายดีติด Best seller แน่ๆ..ฮิฮิ

#39 By BENZ (58.8.231.217) on 2008-08-17 01:18

ความจริงแล้วคนเราทุกคนกลัว และรับไม่ได้ที่จะอยู่คนเดียวมากกว่าจะเสียคนรักไปเสียอีก

อันนี้รุสึกจะคิดเหมือนกันนะ คิดมาตลอดชีวิตเลยล่ะ
ว่าความรักอ่ะมันก็แค่คำพูดของคนที่รุสึกดีที่มีใครสักคนอยู่ข้างๆ
ความรัก 2 แบบที่แน่แท้สำหรับป๋ม คือ
รักตัวเอง และ รักของแม่ เท่านั้นล่ะ

#38 By [[[Am@giN]]] on 2008-07-25 10:34

การจากลาไม่มีจริง
อุ๋ยังโผล่หัวมาอยุ่ทุกวัน
.
ไปไหนไม่ได้ ว่างเป็นต้องเปิดบล้อกของพี่อ่าน
.
อยู่นอกบ้านยังอุตริ เอ๊ย! อุตสาห์อ่านเอาจากมือถอ 555

ติดหนึบติดหนับ open-mounthed smile open-mounthed smile

#37 By lullscreen on 2008-04-15 23:11

ตอนจบม.สามฉันมาเรียนต่อที่กทม.
ฉันไม่ให้เพื่อนเขียนเฟรนด์ชิพเลย
เพราะถ้าทำดย่างงั้นมันเหมือนกันจะไม่ได้เจอกันอีกจริงๆ

#36 By flawas on 2008-04-06 09:30

ช่ายๆ สมัยนี้เค้าแค่โทรหากัน เล่นแชตกันก็เหมือนคุยอยู่ใกล้ๆกันแล้ว จะมาโอเวอร์ร้องห่มร้องไห้ทำไม เนี่ยขนาดเพิ่งจะจบม.6ไปหมาดๆยังมะเคยเสียน้ำตากะการจากลาเล้ย มันปัญญาอ่อน

#35 By fangkhaow on 2008-04-04 10:16

อยากบอกว่า อ่านแล้วซึ้งมากค่ะ เข้ากะสถานการณ์ชีวิตจริงๆตอนนี้ ปกติแล้วชอบเข้ามาแอบอ่าน blog คุณวิชัยแก้เครียด แต่วันนี้อ่านแล้ว ........พูดไม่ออกจริงๆค่ะ

#34 By Pan404 on 2008-04-03 14:11

แต่ความชิงชังนี่ซิ มันสามารถทำให้ใครสักคนหายไปจากโลกได้เลยนะครับ ...

สำหรับเรา คนคนนั้นยิ่งเด่นชัดขึ้นในความคิดของอีกคน
ต้องหลบหน้า ต้องหนี ต้องทำเป็นไม่สนใจ ตลอดเวลา

เราว่า การที่ทำให้เราหายไปทั้งๆที่เรายังมีชีวิตอยู่น่าจะเป็น การถูกทอดทิ้ง ถูกลืม มากกว่า...

ซึ่งเราคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่น่าสงสารที่สุด แต่เกิดขึ้นได้ยากมากที่สุด
...ตราบใดที่เรายังต้องการมีชีวิตอยู่ หรือสนใจการมีชีวิตอยู่ของคนอื่น เราก้อจะมีชีวิตอยู่กับคนคนนั้นเช่นกัน.....

#33 By be-gift on 2008-04-02 08:26

ทดสอบ ครับ ทดสอบระบบตัวเอง
เพราะคอมเม้นไม่นับครับ

#32 By วิชัย... on 2008-04-02 01:52

Hot!

#31 By iNum~* on 2008-04-02 00:10

ติดตามผลงานการเขียนบล็อกของพี่มาซักระยะแร้วนะคับ
อือหือ บอกดั้ยคำเดียวว่า สุดยอดอ่ะพี่!

มีทุกอารมณ์จิงๆ

พออ่านเอนทรี่นี้ของพี่
รุ้สึกเรยว่ามองแฟนเปี่ยนไปอ่ะคับ

มองคนรอบตัว ไม่อยากจะหั้ยเค้าจากไปเรยเนอะ
แต่มันจิงอย่างที่พี่ว่าทุกอย่างเรยอ่ะ

ฟามทรงจำดีๆมันยังหยุก่าเรา*

#30 By popcorn on 2008-04-01 22:15

ลืมให้ Hot!

เบื่อการจากลา ถึงแม้จะรุว่าจะได้เจอกันอีกก็เถอะ

แต่ก็เอาวะ ฮ๋าๆๆๆๆๆๆๆ

#29 By อาผิง on 2008-04-01 21:28

ความจริงแล้วคนเราทุกคนกลัว และรับไม่ได้ที่จะอยู่คนเดียวมากกว่าจะเสียคนรักไปเสียอีก

เหนด้วยอย่างมาก Hot!

#28 By อาผิง on 2008-04-01 21:27


โห...พี่วิชัย
มาเขียนตอนที่ผมจบม.6พอดีเลยอ่ะ
เพิ่งไปงานปัจฉิมมาเมื่อวานนี่เอง
....
เฮ้อออ......

ปล.วันนี้มาแปลกเนาะ อารมณ์ไหนอ่ะเนี่ย
ปล.2 เพลงของ SLUR เนื้อหาเข้าแต่จังหวะไม่เข้าอย่างแรงเลยง่ะsad smile

#27 By MonkeyHP_kop on 2008-04-01 19:29

อิน ค่ะ อิน ...
อ่านแล้วนึกถึงนึก นิยายเกาหลี (555) สักเรื่อง
ที่พระเอกแม่งโคตรเท่ห์ และนางเอกโคตรสวย
แต่เอนทรีนี้ไม่เหมือนเกาหลีน้ำเน่าทั่วไป เพราะพระเอกมีจุดยืน และนางเอกมีความคิด : ]

เราเห็นด้วยทุกประการเลยค่ะ
แต่ยังซะ คำว่า จากลา ก็ทำให้คนเราใจหายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่าจะไม่ไ่ด้จากกันไปดาวพฤหัส แต่ยังไงซะมันก็ห่างไกลกว่าที่เคยเห็น ความคิดมากมายมันก็ต้องเขามาแทนที่ช่องว่างตรงนั้นเป็นธรรมดา ...

เอนทรีไม่ขำจริง ๆ ด้วย confused smile

#26 By {CODE;4079} on 2008-04-01 18:01

ดิชั้นเพิ่งปัจฉิมมอหกไปเมื่อวาน

ทั้งที่พวกเราต่างก็รู้ว่ามีทั้ง msn ทั้ง hi5 ทั้งมือถือ

แต่ความรู้สึกที่ได้ขอโทษกัน และอื่นๆที่มันบอกผ่านสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

ยอมรับว่า...อิน...

และดิชั้นก็บอกเพื่อนด้วยว่า

"แล้วเจอกัน"

ยังไงก็ได้เจอกันน่า...

#25 By Sita on 2008-04-01 15:36

ไม่นะ! วันนี้ไม่ขำหรือครับ!

เพราะฉนั้นแล้วอย่าเก็บคำรักไว้พูดกันเฉพาะโอกาสสำคัญครับ มีโอกาสก็พูดก็บอกกันเข้าไปครับ
<<< ชอบประโยคนี้จังครับ

confused smile

#24 By -----ROGER----- on 2008-04-01 14:41

sad smile ไม่ตลกจริงด้วย แต่ว่าคนเรามันก็ต้องมีจริงจังกันบ้างเนอะ

#23 By หมูทอดซามะ on 2008-04-01 11:07

ตามมาจากบล็อคน้องอู๋ค่ะ...


อ่านแล้วซึ้งมาค่ะ
เฮียค่ะ บล็อกเฮียเปิดระบบแบนสัก 5 ชั่วยามได้มั้ง

(หรือเราเป็นคนเดียวหว่า)เพิ่งเข้ามาได้เมื่อตะกี้เอง
(เปิดเวปนู้นเวปนี้ ทำไรไปเรื่อยแหละ)

ดีกรีความซึ้ง มันค่อยๆลดลงเหมือนที่เฮียบอกจริงๆ
ตอน ป.6 กับ ม.6 นี่ เฟรนชิปอย่างสนุก
ร้องไห้อย่างเศร้า
ปัจจุบัน แต่ละคนค่อยๆทะยอยจบ
ได้แต่ถามกัน ทำงานที่ไหน ได้งานยัง
เปิดคอมมา ก็เจอกันในหน้าจอสมาคมหัวเขียวเหมือนเดิมsad smile

#21 By --อาเย่-- on 2008-04-01 02:20

คงมีแต่ความตายละมั้งที่เป็นการจากลาที่แท้จริง

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา~~~อาเมน

#20 By น้องละอ่อน on 2008-03-31 21:02

เป็นเอนทรี่แรกของพี่ที่อู๋อ่านแล้วขำไม่ออก
ไม่ได้ตกเก้าอี้ หรือพ่นลมพรืดเหมือนอย่างเคยๆ
เอนทรี่นี้อ่านไปอ่านมา ไม่รู้วาเพราะความง่วงงัวเงีย
จากการเพิ่งตื่นนอนหรือเพราะอะไร ระหว่างทีอ่านตาก็เริ่มพร่ามัว .... แล้วรู้สึกตัวอีกที ก็อ่านต่อไม่ได้ ต้องเอามือขึ้นมาปาดตาหนึ่งยกก่อนอ่านต่อ
.
ขอบคุณพี่วิชัยค่ะ อู๋ก็เชื่อว่าการจากลาไม่มีอยู่จริง
แม้ใครจะไม่ได้มีีร่างอยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ความทรงจำความรู้สึกมันยังหยั่งรากลึกในจิตใจ อู๋ได้ลาไว้ที่นี่ ลาไว้ว่าคงไม่มีเอนทรี่ไหนเพิ่มขึ้นมาในบล็อกของอู๋อีก แต่สิ่งที่อู๋ไม่ได้ลาเอาไว้ ความรู้สึกต่างๆ ความรู้สึกที่รักและผูกพันกับอะไรหลายๆอย่าง เหมือนคอมเม้นลาของอู๋เมื่อวานจะตกไปหนึ่งประโยค question แล้วอุ๋จะเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆค่ะ
บล็อกของพี่วิชัยเป็นความประทับใจมากๆของอู๋ อู๋ไม่สามารถที่จะจากลาจากความรู้สึกนี้ได้เลยจริงๆ
สุดท้ายนี้ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ ขอบคุณสำหรับการเขียนในทุกๆเรื่อง ขอบคุณที่เข้ามาบล็อกของอู๋
ขอบคุณค่ะ

ส่งรอยยิ้มและกำลังใจให้พี่วิชัยอีกเข่งใหญ่ๆด้วย
big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#19 By lullscreen on 2008-03-31 18:46

ความจริงแล้วคนเราทุกคนกลัว และรับไม่ได้ที่จะอยู่คนเดียวมากกว่าจะเสียคนรักไปเสียอีก
^
^
^
อะ โห โดนใจมากเลยค่ะ ถูกกกที่ซู้ดดดด

ขออนุญาตินำไปขยายฟามต่อ Hot!

#18 By molecularkitten on 2008-03-31 16:55

ยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

#17 By saya chan on 2008-03-31 15:46

โอ้ว...เป็นเกีรติอย่างยวดที่หัวหน้าใต้ดิน BOB_SPOKESMAN OF BROKU มาเม้น
confused smile

#16 By วิชัย... on 2008-03-31 15:02

....บอกลาเผื่อไว้หน่อยก็ดีนะ
พวกบนเครื่องบิน 9/11 กับตึกแฝด
ไม่ทันบอกลาคนรัก
เหล็กชนคอนกรีตตายห่าซะงั้น
'block cool!'

#15 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-03-31 14:58

เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการเกลียดชังทำให้คนๆหนึ่งหายไปจากโลกได้เลยจริงๆ...

ยังไม่เคยมีลาแล้วไม่ได้ไปแหะ
มีแต่ไปไม่ได้ลา sad smile

ปล.เพิ่งสังเกตุคุณน้อง dumpdump แกเล่นกลเปลี่ยนสีกางเกงในได้ด้วย...
อร๊าย~ซึ้งเคอะsad smile (มาแปลกนะวันนี้)

#13 By YESUNG_CLOUD on 2008-03-31 14:11

เห็นด้วยกับปล.ครับ ไม่ตลกจริงๆ ออกแนวซึ้งและจริงจัง

ไม่ค่อยได้เห็นเอนทรี่แบบนี้จากพี่วิชัยเท่าไหร่เลยครับ

โชคดีครับ แล้วเจอกันเอนทรี่หน้า question

Hot!

#12 By SkyKiD on 2008-03-31 13:23

แต่บางครั้งการจากกันโดยไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ คิดแค่นี้มันก็เศร้าแล้วล่ะครับ

#11 By Toh on 2008-03-31 13:23

กะมาขำเต็มที่ แต่เจอสาระกะเหตุและผลไป ขำไม่ออกเลยอ่า

#10 By BossXIII on 2008-03-31 13:13

ซักวันต้องกลับมาเจอกันสิน่ะ

ไม่งั้นก็

วันที่ใครคนใดคนนึงตาย

แล้วก็ไปเผาศพล่ะครับ

#9 By TooTooN on 2008-03-31 13:11

การจากลามันอยู่ที่ความรู้สึกจริงๆ นะครับ... บางคนอยู่ใกล้ๆ กันแค่เอื้อมมือถึงเรารู้สึกว่ามันไม่มีตังตนในโลกก็ยังมีนะครับdouble wink confused smile

#8 By ปอนปอน on 2008-03-31 11:46

เห็นด้วยค่ะ
การลาจากมันไม่มีอยู่จริงๆหรอก

จริงๆแล้วมันเกิดจากการที่ความสัมพันธ์ของคนเรา
"ห่างเหิน" กันต่างหาก

สุดท้ายแล้ว...
เราก็จะกลับมายืนที่จุดเริ่มต้น
แม้ว่าจะเคยรู้จักกันก็ตาม


#7 By IllusionCheshire on 2008-03-31 11:24

สงสัยผมจะย้ายถิ่นบ่อย เจอการจากลาบ่อย จนลืม การจากลาที่มีจริงไปแล้วsad smile
มีพบต้องมีจาก สัจธรรมบนโลก
ยังไงก็ได้พบกันสักวันถ้าเรายังอยู่บนโลกนี้หนิ

#5 By nonworld on 2008-03-31 10:52

จะว่าไปแล้วเราเป็นคนที่เกลียดการลาจากมาก ๆ เลย
ไม่คิดว่าจะมีคนหนึ่งที่คิดต่างมุมออกไป
ดีนะคะ ได้มองหลากๆมุม big smile

#4 By ^_poomapooma_^ on 2008-03-31 09:27

Hot! โชคดีฮะ - -''

ผมเชื่อว่า ไม่ว่าอุปสรรคจะเยอะขนาดไหน ถ้าใจของคนสองคนไม่ลาจากกัน สักวันก็ต้องได้เจอกันอีกครับ ไม่ว่าจะเป็นบนรถทัวร์ รถไฟ มือถือ MSN คลื่นวิทยุ ฯลฯ

แต่รักกับผูกพันนี่แยกไม่ออกจริงๆ - -

#3 By on 2008-03-31 09:25

เอนทรีนี้ไม่ขำแต่ซึ้ง confused smile
เห็นด้วยกับที่พี่เขียนไว้ทุกประการเลย
Hot! Hot!
เหอะๆ บางสถานการณ์อารมณ์มันพาไปให้อินเหมือนกัน

แต่เอาเข้าจริงๆ เพื่อนกันยังไงก็เจอกันอีก

#1 By wesong on 2008-03-31 09:23