โอเค...
เรื่องมีอยู่ว่า Social Network คือเครือข่ายที่เข้าถึงกัน เพื่อนเรารู้อะไร เราก็จะรู้ตาม 
แต่เวลาที่มีเรื่องทีไร ข้อมูลจะล้นทะลัก จนไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง
รูปที่แชร์ล่ะ ข้อมูลที่ส่งต่อล่ะ มึงเยอะไปไหม 
แล้วกูดูไหม? ดู
 
นี่เป็นวิธีการของวิชัยเอง อาจจะไม่ดีจริง หรืออาจจะไม่เวิร์ค แต่ผมคิดว่าเป็นวิธีที่ดีสำหรับผมที่ใช้แล้ว สบายใจ
 
Social network ในทีนี้หมายถึง Facebook และ ทวิตเตอร์เท่านั้นนะ

โอเค เวลาที่เกิดเหตุการณ์แล้วเหตุการณ์ที่ว่ามันกระเพื่อมมาถึง Social network เราจะทำยังไง
ไม่ยากครับ ผมทำแบบนี้
 
1. หาแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
ใครๆ ก็พูดแบบนี้ แล้วอะไรที่น่าเชื่อถือล่ะ?
ก็โง่ๆ ควายๆ ก็ทวิตเตอร์ของสำนักข่าว หรือผู้สื่อข่าว แค่นั้นก็พอแล้วครับ
แล้วไม่ต้องตามเยอะนะครับ ถ้าข้อมูลมันจริง และน่าเชื่อถือ...แหล่งข่าวไหนๆ มันก็เหมือนกันแหละ
 
1.2 รู้แค่พอรู้
สมมุติจะมีสึนามิ เราก็รู้แค่ จะมีสึนามิ จะมากี่โมง ที่ไหนบ้าง
แค่นั้นพอ...
ไม่ต้องพยายามจะไปหาบทวิเคราะห์วิจารณ์ห่านจกสารพัดโบกอะไรเลยครับ
รู้ไปเพื่อ? เนี่ยนะ ที่นั่นที่ไหว แค่นั่น เมื่อสามสิบปีก่อนเคยเกิด ถ้าปีนี้เกิดค่าGdp จะลด น้ำมันจะขึ้น
เยอะมั้ยครับ?
ยิ่งเยอะ ยิ่งยากครับ

2. ไม่ต้องพยายามหาข่าว
ต่อเนื่องจากข้อ 1. เมื่อเราได้แหล่งข้อมูลที่เราติดตามแล้ว ได้เนื้อข่าวที่ครอบคลุมเหตุการณ์เวลานั้นแล้ว
พอครับ 

ไม่ต้องพยายามเป็นแหล่งข่าวซะเอง ด้วยการพยายามหาข้อมูลให้เร็วกว่าชาวบ้าน
แบบว่า เอ๊ะ! คนนี้รายงานสด ถ้ากูแชร์ไปเนี่ย คนต้องมาแชร์ต่อกันตรึม โคตรเท่ว์
คือได้ข่าวช้ากว่าคนอื่นบ้างเนี่ย...ไม่เจ็บนะ ไม่มีใครเก็บไปล้อนะ

มันเหมือนติดยาบ้าอะ ดูดเองดีๆ แล้วอยากเป็นคนขายบ้างอะไรบ้าง
ตรงนี้แหละ เอ็งจะปวดกบาลกับข่าวที่มั่ว
และถ้าเราไม่ควบคุมการรับข่าวเอง...เราเองจะปวดตับเพราะข่าวที่มากขึ้นเท่ากับเราปวดหัวเอง
 
 
3. ไม่ต้องแชร์ก็ได้มั้ง
ระยะหลังเริ่มมีกระแสประมาณ คิดก่อนแชร์ หรือ ตั้งสติก่อนแชร์ เพราะข้อมูลมั่วส่วนใหญ่มันก็มาจากการแชร์กันเรื่อยเปื่อย แบบกดแชร์แล้วโลกจะเย็นลง หรือกดแชร์แล้วจะมีการแจกทองประมาณนั้น