burmaStory


-สกุลเงินของพม่าคือ kyat อ่านว่าจ๊าด
-เมื่อก่อน 1 จ๊าดเท่ากับสองบาทไทย
-ตอนนี้ 100 จ๊าด เท่ากับ 3 บาทไทย
-พม่ามีสกุลเงินพิเศษเป็นของตัวเองคือ สกุลเงิน FEC
-ในประเทศพม่า 1 FEC มีค่าเท่ากับ 1USD
-นอกประเทศพม่า 1 FEC เท่ากับกระดาษธรรมดา
-FEC เป็นหน่วยเงินที่คิดขึ้นมาเพื่อหา USD เข้าประเทศ
-แบงค์พม่า แบ่งเป็น 50,100,500,1000
-แต่เมื่อก่อนนั้น แบ่งเป็น 10,50,75,100,200,500,1000
-จำได้คล้ายๆ ว่าเคยมีแบงค์ 95 กับ 250ด้วย แต่ไม่แน่ใจ
-พม่าไม่มีเอทีเอ็ม พม่ามีธนาคารนะ แต่คนนิยมเก็บเงินกันเองที่บ้านมากกว่า

-รถยนต์ที่วิ่งอยู่ในประเทศพม่าทั้งหมดเป็นรถยนต์มือสอง
-รถยนต์หนึ่งคันบังคับให้เติมน้ำมันแค่เดือนละ 6 แกลลอนเท่านั้น
-พม่าขับรถเลนซ้ายครับ
-พม่ามีไฟแดงที่บอกเวลาถอยหลังตั้งแต่สิบปีที่แล้ว
-คนพม่านิยมข้ามสะพานลอยมากกว่าคนไทย...เพราะรถขับกันโหดมาก

-พม่าก็มีมือถือใช้นะครับ เครื่องโทรศัพท์ราคาพอๆ กับเมืองไทย
-แต่ราคาเบอร์มือถือแพงบรรลัยจักรวาล
-ราคาเบอร์มือถือ (รายเดือน)นั้นอาจจะพุ่งตะลุยถึงกว่าแสนบาทเงินไทย
-อ่านไม่ผิดครับ หนึ่งแสนบาทไทย
-เบอร์มือถือ (รายเดือน)ที่พม่าก็เหมือนกับอสังหาริมทรัพย์บ้านเราน่ะครับ
-ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า รัฐบาลออกเบอร์มาให้ประชาชนใช้ 100 เบอร์ จะไม่มีการผลิตเพิ่ม
-100 เบอร์นั้นก็เปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ ซื้อขายกันเอง แน่นอนเป็นใครก็โก่งราคา
-เพื่อนพม่าบอกว่า บิลแจ้งค่าใช้บริการที่นี่มักจะช้าเสมอ...เฉลี่ยแล้วสองเดือนมาที
-ในขณะที่เมืองไทยมี วันทูคอลใช้ พม่าก็มีนะ
-เบอร์มือถือ (เติมเงิน)ที่พม่าสนนราคาอยู่ที่เบอร์ละ 20USD
-ไม่ต้องปวดกะบาลมาทำความเข้าใจกับโปรโมชั่นเพราะไม่มี
-โทรออกราคานึง รับสายราคานึง รับก็เสียเงินครับ
(อะไร...อ่านมาตั้งนานยังมีเรื่องให้แปลกใจอีกเหรอ)
-เบอร์ (เติมเงิน) ที่ว่ามีอายุใช้งานประมาณ 3 เดือน
-หากใช้ครบเวลา หรือใช้เงินหมด ก็ไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อบัตรมาเติมเงินนะ
-เพราะต้องซื้อเบอร์ใหม่เลย...(ยังจะทำท่าแปลกใจกันอีก...)
-ถูกต้องครับ...เราก็แค่เสียเงินเล็กน้อย กับเวลานิดหน่อยโทรบอกเพื่อนทั้งหมดใหม่เท่านั้นเอง
-มือถือพม่าส่ง SMS ได้ครับ ถึงที่หมายด้วย...ก็แค่เสียเวลานิดหน่อย บางทีก็หลักนาที บางทีก็เป็นวัน (ดีมาก...เริ่มไม่แปลกใจกันแล้ว)
-สัญญาณมือถือที่พม่า เปลี่ยนแปลงบ่อยพอๆ กับอีควอไลเซอร์บนเครื่องเสียง
-พม่าไม่ต้องรณรงค์ขับไม่โทร...เพราะถ้ารถวิ่งเร็วหน่อย สัญญาณจะขาด
-เด็กวัยรุ่นพม่าก็บ้ามือถือเหมือนกับเด็กเมืองสยาม เพราะเห็นไอโฟนที่พม่าบ่อยพอๆ กับเดินอยู่ในสยามพารากอน
-ชุดนักเรียนพม่าเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวและโสร่งสีเขียวอ่อนๆ
-โรงเรียนพม่าเรียนแค่ครึ่งวัน
-นักเรียนพม่าเรียนหนังสือโหด และหนักกว่าเด็กไทยมากนัก
-โรงเรียนสอนแค่ครึ่งวัน แต่ครึ่งวันที่เหลือจะต้องไปหาเรียนพิเศษเอาเอง
-โรงเรียนพม่ามีแค่ สิบชั้น
-การศึกษาพม่ายังเป็นแบบท่องจำอยู่
-ท่องจำในที่นี้คือ ท่องทุกตัวอักษร ทั้งหน้า และทั้งเล่ม (อันนี้จริงๆ อนุญาติให้ตกใจได้อีกรอบ)
-มหาลัยพม่าตอนนี้ปิดอยู่ ซึ่งนับปีนี้ก็คงจะร่วมๆ สี่สิบปีแล้ว
-มีแค่ไม่กี่คณะทีเปิดเรียน...ซึ่งจำไม่ได้แล้วคือคณะอะไรบ้าง
-Toefl Toeic เป็นอะไรที่เด็กพม่าไม่สอบกัน เพราะง่ายไป
-เด็กพม่าสอบ GCE กันมากกว่า
-ข้อสอบภาษาอังกฤษ GCE มีแค่ห้าข้อ คือเขียนเรียงความในหัวข้อที่กำหนด เขียนแบบฟรีสไตส์ หนึ่งหน้ากระดาษ
-ห้างพม่าไม่ใหญ่เลย โลตัสบ้านเรายังใหญ่กว่า
-เมืองไทยมี dunking donut พม่าก็มี J donut อร่อยเหมือนๆ กัน
-พม่าถูกคว่ำบาตรโดยอเมริกามานามนมละ
-โค้ก เป๊ปซี่เลยมีราคาแพงมาก (แพงกว่าเมืองไทยซะอีก) และเป็นแค่สินค้าตู้โชว์ซะมากกว่า
-พม่ามีน้ำอัดลมเองชื่อ star cola, Fantasy, max ที่สำคัญคือซ่าสะใจมาก
-พม่าจ่ายไฟเป็นช่วงเวลา
-เช่นวันนี้ มีไฟใช้ตั้งแต่ 8โมงเช้าถึง ห้าโมงเย็น วันพรุ่งนี้ มีไฟตั้งแต่หกโมงเย็นถึง 8โมงเช้า
-จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะหาน้ำเย็นๆ ดื่มลำบาก เพราะตู้เย็นไม่ทันจะเย็นก็โดนตัดไฟ
-ไม่ต้องห่วงเรื่องทีวีเพราะพม่ามีทีวีแค่สองช่อง แน่นอนว่าควบคุมโดยทหาร และหนึ่งในสองช่องที่ว่า ไม่ชัด!

-อินเตอร์เนตพม่าช้ามาก! ถ้าซื้อชั่วโมงอินเตอร์เนตมาที่บ้านก็ราคาแพงมาก
-พม่าเข้า hotmail ไม่ได้ แต่เข้า gmail ได้
-เข้าเวบบล็อกต่างๆ ไม่ได้
-แต่เข้า Exteen ได้

-เวลาสั่งข้าวแกงที่พม่า...เราสั่งแต่แกง เพราะข้าวฟรี กินไม่อั้น แถมน้ำพริกอีกตังหาก
-โยเกิร์ตพม่าอร่อยมาก อันนี้ยืนยันโดยมยุรี
-มะตะบะพม่าอร่อยมาก อันนี้ยืนยันโดยวิชัย
-น้ำอ้อยคั้นสดพม่าสุดยอดมาก อันนี้ยืนยันโดยวิชัยและมยุรี
-เมืองไทยคั้นน้ำอ้อยสดเต็มที่ก็สองสามครั้ง
-พม่าคั้นน้ำอ้อยสดสองแท่ง สิบสามครั้ง! อยากไปบอกคนขายว่า เอาอ้อยมาให้กูเคี้ยวแดกเลยดีกว่า
-น้ำอ้อยที่นี่เลยสดอร่อยและได้น้ำได้เนื้อ
-ซากอ้อยจริงๆ

-ห้ามใส่รองเท้าเข้าวัดพม่า
-พระสงฆ์ที่พม่าไม่จำวัดในวัด แต่จะพักอาศัยกันอีกที่
-พระสงฆ์เดินกันในตลาด นั่งคุยกับผู้หญิง เป็นเรื่องชินตาที่นี่
-คนพม่าเข้าวัดบ่อยกว่าคนไทยเยอะ
-เทศกาลเข้าพรรษาถือว่าเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ พอๆ กับลอยกระทงบ้านเรา
-เจดีย์ชเวนันด่อ (เขียนงี้รึเปล่า)มีบันไดเลื่อน นักท่องเที่ยวต่างชาติเสียค่าเข้า 5USD
-คนพม่าไม่รู้เรื่องที่เขามาขโมยทองจากอยุธยานะ
-อย่างว่าประวัติศาสตร์นี่เนอะ
-ว่ากันว่าบนยอดเจดีย์ชเวนันด่อ มีเพชรเม็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่
-ไม่รู้จริงรึเปล่า แต่คำว่า "ว่ากันว่า" มักจะจริงและไม่จริงพอๆ กัน
-พระธาตุอินทร์แขวนมีชื่อภาษาพม่าว่า ไจทิโย
-ไจทิโยเป็นเจดีย์ที่อยู่บนหินก้อนใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงขอบๆ หน้าผา จะตกไม่ตกแหล่
-นักท่องเที่ยวต่างชาติเสียค่าเข้า 6USD หากมีกล้องเสียเพิ่มอีก 2USD
-ผู้หญิงอนุญาติให้แค่ดูไจทิโยจากห่างๆ ผู้ชายอนุญาติให้เข้าไปจับลูบไล้ได้
-ผู้ชายผมยาวก็อดลูบไล้เช่นกัน
-ภาษีสนามบินเวลาออกจากประเทศพม่าคือ 10USD
-คนพม่าใจดีมาก อันนี้ยืนยันจริงๆ
-และพม่าเที่ยวสนุกมากด้วย
-และที่สำคัญที่สุด...พม่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่สื่อนำเสนอ

-พม่าชายเดนกับพม่าย่างกุ้ง มันต่างกันคนราวป่าดงดิบกับสวนสัตว์เลยนะครับ
-พม่าเป็นประเทศที่มีหลายเผ่ามาก (ก็เลยมีคำนำหน้า "สหภาพ" ไง)

-อ่านถึงตรงนี้...อย่าสงสัยเรื่องอองซานซูจีเลยครับ
-มันเป็นเรื่องแช่แฟ้บที่ประเทศไหนๆ ก็มีครับ

-อ่านถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าเค้าจะล้าหลังเราตลอดไปนะ
-พม่าก็เหมือนชิ้นปลามันที่ประเทศไหนๆ คันตัวอยากมาลงทุนใจจะขาด
-ลองเปิดประเทศเมื่อไหร่ มีเขย่งก้าวกระโดดข้ามหัวพี่ไทยแน่ๆ

 

 


 

ทุกคนรักพระเจ้า

posted on 25 Feb 2009 03:21 by doggiestyle in burmaStory

ผมมีเงินอยู่แสนนึง!!!!!!


ผมไม่เคยคิดว่าการมีเงินแสนจะก่อความเครียดได้ขนาดนี้เลยว่ะ
ก่อนมาพม่าผมได้ปรึกษาท่านแม่แล้วว่าผมควรจะพกเงินอะไรยังไงเท่าไหร่มาใช้ดี
เพราะเคยได้ยินมาว่านักท่องเที่ยวจะต้องแลกเงินดอลล่าร์ก่อนเข้าประเทศ ซึ่งแม่ก็บอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ต้องแลกเงินอะไรแล้ว เข้าประเทศได้เลย และท่านแม่ก็ให้ข้อเสนอที่เลิศกว่านั้นอีก
นางบุญเรือน: เอ็งไม่ต้องแลกเงินอะไรไปเลย ไปถึงก็ไปเบิกกับอา จะใช้เท่าไหร่ก็เบิกเอา แล้วใช้ไปเท่าไหร่ แกค่อยโอนมาคืนชั้น...
ฟังดูไม่เลวทีเดียว เพราะผมไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่กับการที่มีเงินเยอะๆ ติดตัวเหมือนกัน
วิชัย: แล้วแม่ว่าผมต้องเบิกเงินกับอาทีละเท่าไหร่ดีละ
แม่: โอ้ย..อย่าคิดมาก เมื่อยเปล่าๆ เบิกไปเลยทีละแสน
วิชัย: ทีละแสน!! จะบ้าเรอะ!! แล้วมันเท่ากับกี่เงินบาทไทยละ
แม่: ก็ประมาณ 3,000 บาทไทย
โอเค...ก็แค่สามพันบาทไทย ไม่เยอะ ไม่เยอะ
ตอนนี้ผมได้เบิกเงินสามพันบาทไทยจากอาเรียบร้อยแล้วครับ


ตอนนี้ผมมีเงินอยู่แสนนึง!!!
ถึงมันจะเป็นสกุลเงินจ๊าดของพม่าที่แปลงแล้วจะได้ไม่กี่พันในเงินไทยก็ตาม แต่ไอ้การมีเงินแสนติดตัว ยังไงมันก็ไม่สบายตัวอยู่ดี

เงินคือพระเจ้า
พระเจ้าเงินจ๊าดคงจะอาบน้ำขัดขี้ไคล้ซอกตัวน้อยที่สุดในดาวดึงส์ และคงจะซกมกติดอันดับหนึ่งในห้าในพระเจ้าสามภาพแน่ๆ


วันนึงก่อนไปพม่า
มยุรี: นี่ตัวเอง เราต้องเตรียมอะไรไปบ้างอะ
วิชัย: ที่คิดออกตอนนี้เหรอ ทิชชูเปียกเยอะๆ แล้วก็เจลล้างมือ
มยุรี: เจลล้างมือ? เอาไปทำไมอะ
วิชัย: เอาไปล้างมือหลังนับตังค์
มยุรี: เวอร์!!!


วันแรกในพม่า ที่ร้านอาหารแห่งนึง
มยุรี: นี่มันอะไรกันนี่!!!!!~
วิชัย: อ๋อ นี่มันห้าสิบจ๊าดไง
มยุรี: ...!!! ตัวเองเอาเจลล้างมือไว้ไหนอะ
ใจจริงผมอยากจะลงเรียนมหาลัยเอกวรรณกรรมซะหน่อยจะได้เขียนพรรณโวหารให้ได้เห็นภาพและได้กลิ่นและความเปื่อยให้สาสมกับความซกมกของแบงค์ใบนั้น
ที่ร้านอาหารแห่งนั้น...เราไม่ได้เก็บแบงค์ห้าสิบสุดเน่าสองใบนั้นกลับมา เรายื่นให้พนักงานเป็นทิปสำหรับอาหารมื้อแรกที่ทาน...

พนักงานแอบอมยิ้มและรับเงินแบงค์ห้าสิบสองใบและเดินจากไป

 

 

 

 

เงินนั้นสกปรก

 

 

แต่พระเจ้าก็คือพระเจ้า