doggNEWS

วันนี้ขอนำเสนอข่าวจี๊ดกินสมอง หนองออกหูเพราะความเสื่อมและความป่วย ไม่ใช่เรื่องตลกครับ ไม่ใช่เรื่องโม้ด้วย เพราะทุกเรื่องที่นำเสนอ...คือละครแห่งชีวิตวิด วิดวิดวิดวิด

 

 

 

เรื่องแรกเป็นคดีลักทรัพย์ เหตุเกิดที่อำเภอหนองป่าแดก

นายเสนาะเห็นเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดไปสองหลังฐานะดีกว่า เลยเกิดความปุจฉาริษยา (คำถามว่า...ทำไมเราไม่รวยแบบมันว่ะ)

ทำไงละ หาเงินก็ช้าไป เล่นหุ้นก็เสี่ยงไป แทงบอลก็ไม่เข้าอีก อิจฉามาริษยาเกิด อุบาทปัญญาบังเกิด

ยกเค้าแม่งงงง....ศาสตร์

 

ฤกษ์ดียามดีเพื่อนบ้านไม่อยู่ ลุงเหนาะจัดการงัดบ้านเพื่อนซะ ตามแผนครับ ค่อยๆย้าย ทีวี สเตอริโอ เพลย์สเตชั่น แต่ที่ไม่ตรงกับแผนก็คือ...

 

 

ลุงเหนาะไม่พอครับ

 

ลุงเหนาะตัดสินใจนำของทั้งหมดมาไว้ที่บ้าน แล้วย้อนกลับไปขนของอีกรอบ...มันเลือดเย็นมากครับ

คราวนี้ก็เริ่มตะเวนรอบบ้านดูว่าจะเอาอะไรต่อดี แต่เนื่องจากเสียเวลาไปเยอะกับเที่ยวที่แล้ว ในขณะที่กำลังชอบปิ้งบ้านชาวบ้านอยู่นั้น....

ชิบหาย เจ้าของกลับบ้าน

 

ตายหงส์

 

เอาไงละ...จำได้ในละครครับ...หลบใต้เตียงโลด

กะว่าเจ้าของบ้านหลับ เด๋วกูหลบออกไปก็ได้...อิอิอิ

 

เช้าวันต่อมา เจ้าของบ้านตื่นงัวเงียๆ ลงมาข้างล่าง...สาดดดดทีวีกูหาย หันไปทางซ้าย...อ้าววิทยุกูก็ไม่มี

โอ้วแม่ข้าพเจ้า กูโดนยกเค้าเดินขึ้นห้องเพื่อหยิบมือถือมาโทรหาตำรวจ

 

คร่อกกกก...... คร่อกกกกกก...........

 

เอ๊ะ...บ้านเราไม่ได้เลี้ยงเสือไว้นะมีตัวอะไรคำรามอยู่ใต้เตียง

 

นั่นแหละครับ...เช้าวันนั้นลุงเหนาะมีชายในเครื่องแบบรัดติ้วพุงปลิ้นมาปลุก เข้าไปนอนต่อในคุกครับ

 

 

ข่าวต่อมา เหตุเกิดที่ สวรรณภูมิคอมเพลกซ์ ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก...ใหญ่ไม่ใหญ่มีสนามบินอยู่ข้างในละกาน

คือถ้าพูดถึงพม่าเนี้ย เราจะต้องคิดถึงประมาณว่า คนพม่า เท่ากับ หนีเข้าเมือง ซึ่งปัจจุบันเมืองย่างกุ้งแทบจะกลายเป็นกิ่งอำเภอให้ประเทศไทยแล้ว ผมว่าคนพม่าสามารถยึดจังหวัดชายแดนบางจังหวัดได้ด้วยตะเกียบคนละคู่เลยครับ เพราะเยอะโคตรๆ

เข้าเรื่องกันต่อ... คือเราจำชินกับข่าวพม่าหนีเข้าประเทศกันใช่มั้ย แต่นี้...พม่าหนีออกนอกเมืองไทยครับ

หนียังไง?

พม่าคู่หนึ่งข้ามรั้วเข้าสวรรณภูมิ แอบขึ้นเครื่องบินคร้าบบบบคู๊ณ

ช่างเทคนิคไปเจอไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้รองเท้าไม่ใส่นั่ง ตัวตรงอยู่บนเครื่องบิน (ไม่แน่ใจว่าเป็นตุรกีแอร์ไลน์)

อยากรู้จังว่าช่างสองคนนั้นจะอุทานว่ายังไง ตอนที่พบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญงอกอยู่บนเครื่องบิน

แต่พวกพี่เค้า คิดอะไรง่ายๆ จังเลยเนอะ แบบว่า เดี๋ยวเราแอบขึ้นไปหลบใต้เบาะนะ กลั้นหายใจ แล้วเครื่องบินก็ขึ้น....เฟี้ยวออกนอกประเทศ จากนั้นเราก็ออกมาเต้นระบำฉลองกัน....

คนที่ไม่ตลกกับข่าวนี้ที่สุดคงเป็น สนามบินสุวรรณภูมิเอง...นี้ขนาดพม่าสองคนที่ตีนเปล่า...เอ็งยังไม่รู้ หนีเข้าสนามบินว่าผิดร้ายแรงแล้ว...นี่ขนาดหลบไปนั่งเล่นบนเครื่องบินได้คร้าบ

น่าเป็นห่วง น่าเป็นห่วง

 

ขอตามน้ำด้วยข่าวหนีเข้าเมือง แต่เป็นข่าวต่างประเทศ

มีชาวจีนคนหนึ่งหลบหนีเข้าประเทศอเมริกา แบบข้ามาเหนือเมฆ!!

คือไอ้หมอนั้นหนีเข้าอเมริกาโดยการเกาะล้อเครื่องบิน...

 

 

 

 

 

 

 

ครับ...คอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆ ไม่ได้ประมวลผลผิดครับ อ่านอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

ไอ้หมอนั้นหนีเข้าอเมริกาโดยการเกาะล้อเครื่องบิน...

 

คืออารมณ์คล้ายๆกับพม่าสองคนข้างบน แต่สงสัยประตูเครื่องบินไม่เปิดมั้งเฮียกวง (นามสมมุติ) เลยต้องเกาะล้อเครื่องบินเอา ซึ่งได้ผลครับ...เฮียกวงเกาะล้อเครื่องบิน เครื่องออก ล้อพับเก็บเข้าไปข้างใน เครื่องลงล้อกางออก...เฮียกวงเข้าประเทศอเมริกาเป็นผลสำเร็จ

แต่ก็ไม่นานครับ เพราะเจ้าหน้าที่สนามบินที่เมกาคนหนึ่งแอบมาตดหน้าตึกเลยเหลือบไปเห็นที่ล้อเครื่องบินมามีตัวอะไรเกาะอยู่ ขยี้ตาสองทีให้แน่ใจว่าไม่ใช่ตุ๊กแกแน่ๆ อุทานเบาๆว่า โอ้วว์ มายด์ก็อดดด

 

จัดการให้ตำรวจไปสอยซะ...แล้วเป็นไงครับ

ผมพอจินตนาการได้เลยว่าต้องมีตำรวจเมกาสามสิบคนล้อมวงไว้ พร้อมกับพลแม่นปืนอีกห้าคนตามตึก ราวกับเฮียกวงมีระเบิดประลัยจักรคาดเอวมา

"freeze! put your hand in the air"

 

.....ครับ Freeze เลยครับ....

 

ตำรวจต้องใช้แชลงงัดเฮียกวงออกจากล้อเพราะเฮียแกแข็งเพราะอากาศที่หนาวจัด

ผมลืมบอกไปว่า เฮียกวงคนนี้ เกาะล้อเครื่องบินเข้าอเมริกาด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาว และกางเกงขาสั้นหนึ่งตัว!

ไม่รู้เฮียกวงตัดสินใจเรื่องหนีเข้าประเทศ หลังซื้อปาท่องโก๋ปากซอยตอยเช้า แล้วปั่นจักรยานไปสนามบินเลยรึเปล่าไม่รู้

 

 

ตายเอาดาบหน้า...มันเป็นแบบนี้นี่เองว่ะ

 

 

 

 

เรื่องสุดท้าย...เกิดขึ้นเร็วๆนี้เอาครับ

เรื่องที่เจ๊เค้าออกมาแจ้งความว่า โดนโจรใจหมาเอาก้อนหินมาปารถแล้วตบเงินและปลาทูไป สืบไปสืบปรากฎว่าเจ๊แกทำเพราะอยากดังซะงั้น...

อยากดังทำไมไม่ไปสมัคร อเคเดมี ครับพี่

แต่อยากดังเร็วกว่านี้....วิชัยภูมิใจแนะนำทางลัดให้ดังครับ

 

 

ปีนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโลดครับ

สังเกตมั้ยครับว่าทำไมเดี๋ยวนี้ใครๆก็มาปีนกัน...มันมีอะไรอยู่บนยอดเหรอ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง 

 

เดินดูซีดีในร้านบีทูเอส แล้วก็สอยซีดีมาสองแผ่น แต่เอ๊ะพึ่งนึกได้ เรามีตังค์ไม่พอ...ไม่เป็นไรเราจ่ายบัตรก็ได้

ยืนเข้าคิวทำหน้าเหม็นเยี่ยวอยู่ประมาณร่วมสิบนาที...แม่งไอ้บ้านั่นมันจะซื้อนาซื้อบ้านกันอยู่รึไงวะ นานชิปเป๋ง

ที่ปลายทางของการรอคอย

 

"มีบัตรเดอะวันการ์ดมั้ยค่ะ"

"ไม่มีครับ"

"ทั้งหมดสี่ร้อยแปดสิบห้าบาทค่ะ"

 

ยื่นบัตรเดบิตที่ไม่เคยเบี้ยวค่างวดมาก่อน

 

".....ทอโทษค่ะรับบัตรห้าร้อยบาทขึ้นไปนะค่ะ"

 

....ไรวะ เดินกลับไปหน้ามันหาซีดีเพิ่มอีกหนึ่งแผ่น เสียเวลาประชาชาติหนึ่งเมื่อย

กลับมาหน้าเหม็นเยี่ยวในคิวรอเสียตังค์...โห...น้าซื้อเหมือนอยู่โลตัสเลยอ่ะน้า...จะรีบซื้อเยอะไปไหนน้า

เสียเวลาในการดำรงชีวิตไปร่วมชั่วโมงครึ่งจากที่ต้องเสียสี่ร้อยแปดสิบห้าบาท กลายเป็นหกร้อยบาท!!

เดินออกจากร้านอย่างเซ็ง...

 

นึกขึ้นได้....ชาติควายเอ้ย...ทำไมเมิงไม่ซื้อขนมน้ำไปวะ...โง่ไม่แบ่งคนอื่นเลยมึง!!!

 

 

 

 

 

 

เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มั้ยครับ

 

รีบเดินฉับๆเข้าร้านซึทาย่าเพื่อเป็นมนุษย์กลุ่มแรกในซอยที่ได้ดูหนังใหม่

ไวเท่าความคิด!! คว้าหนังที่หมายมาครองในมือ! เดินไปเลือกหนังอีกสักแผ่นเพื่อความปลอดภัยของความบันเทิง

ยืนกระดิกเท้าทำหน้าเหม็นเยี่ยวเข้าคิวสิบห้านาที อ่านตัวหนังสือโฆษณาทุกๆอย่างที่อยู่รอบๆตัว เริ่มหยุดกล่องซีดีใกล้ตัวมาอ่านเนื้อเรื่องย่อ ไอ้บ้านั่นมันจะคุยอะไรนักหนาวะ....เล่นเอ็มกันเลยมั้ยเมิง

 

ถึงคิววิชัย...

"พี่เช่าสามเรื่องมั้ยแปดสิบบาทเอง"

 

ความโลภในรอยหยักเริ่มใช้คณิตคูมอง คำนวณ...

 

แผ่นละสามสิบ...สามแผ่นแปดสิบ โห...กำไรสิบบาท

 

ล่าถอยออกมาเพื่อเดินหาเพื่มอีกแผ่น...เพื่อกำไรสิบบาท

 

บอกก่อนว่าผมเป็นคนที่โคตรจะเรื่องมากในการเลือกเช่าหนังแผ่น

 

เรื่องนั้นดูแล้ว เรื่องนี้ดูแล้ว อันนี้ไม่เอา อันนั้นไม่ชอบ เดินอยู่สามเมื่อยกว่าๆ ถ้านับจำนวนก้าวก็คงเท่าๆกับเดินข้ามสะพานพุทธ เลือดตาแทบรากก็ได้มาอีกหนึ่งแผ่น

 

กลับมายืนกระดิกเท้าด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวมากกว่าเดิม ยืนกอดอก แคะหู เกาพุง

 

 

 

ที่สิ้นสุดของความอดทน...

"พี่...เช่าห้าเรื่องมั้ยพี่ ร้อยเดียวเอง"

หูผึ่งด้วยความโลภ

ความโลภดิจิตอลเริ่มทำงานของมัน

หนึ่งแผ่นสามสิบ ห้าแผ่นร้อย...กำไรห้าสิบบาท!! บ้าไปแล้ววววว!!!

"พี่ครับ...พี่จะเช่าเพิ่มมั้ยครับ"

เริ่มได้สติเมื่อคิดถึงความเมื่อยที่พึ่งจะกวนต้นขา

 

 

"น้อง...พอซะทีเถอะ ปล่อยพี่กลับบ้านสักที...พี่ขอนะ"

 

edit @ 14 Dec 2007 23:23:57 by doggiestyle