extra-ordinary

วันก่อนเข้าไปหาชื่อตัวเองเล่นๆ ใน exteen แล้วก็พบว่า มีน้องแอบตามรอยวิชัยไปหาข้อมูลโรงแรมที่ผมเคยทำที่เชียงราย http://house.exteen.com/20081114/entry

อ่านแล้วแอบอึ้งในวูบแรก...น...นี่กูเป็นแอร์กี่แล้ว!

ไหนๆ ก็มีคนสงสัยแล้ว ทำให้ผมแอบทึกทักไปเองว่า คนที่อ่านบลอกผมหรือหนังสือผม น่าจะสงสัยบางแหละว่า อีโรงแรมที่ว่าหน้าตาเป็นยังไงกันแน่...

เอนทรีนี้ก็ขอเอารูปโรงแรมมาอวดหน่อยเนื่องในโอกาสที่...

- วันที่ 1 ธันวาเป็นวันที่ผมไปเริ่มงานครั้งแรกที่นั้น

- โรงแรมนั้นได้รับการโหวตจาก conde nest Traveller นิตรสารท่องเที่ยวระดับโลกให้เป็น Best of the best 08 อันดับที่หนึ่งในหมวดโรงแรม และอันดับหนึ่งในเอเชีย

รูปเต็นท์สีขาวๆ ข้างๆ ก็คือห้องพักในโรงแรมนะครับ...

 

ลาออกมาตั้งนานแล้ว ได้รู้ข่าวก็แอบปลื้มใจไปด้วย ดีใจที่ได้เป็นพนักงานรุ่นบุกเบิก และคนที่สองที่ได้เข้าดึก (คนแรกคือพี่เหน่ง หัวหน้าผมเอง) ดีใจและภูมิใจมากที่เคยได้ทำที่โรงแรมนี้...

นี่เป็นคลิปที่ผมทำเล่นๆ ไว้ดูกันเองในโรงแรมเนื่องในวาระที่โรงแรมได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ (อย่างเงียบๆ)

 

 

 

นายทองเคยสอนผมครั้งนึงว่า

"มึงจะเปิดร้านข้าวแกงไม่ได้เด็ดขาด ถ้ามึงทำกับข้าวไม่เป็น"

ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ในตอนนั้น แต่พอทำที่โรงแรมนี้ ผมเข้าใจมากเลยว่ะ

 

ทีนี่เราจะทำอะไรต้องอดทนอย่างมาก

เพราะเราต้องพึ่งคนอื่นในแทบจะทุกอย่าง ขับเรือ ขี่ช้าง ขนอ้อย

เราจะเป็นหัวหน้าของคนเหล่านั้นได้อย่างไร ถ้าเราขับเรือไม่เป็น ไม่เคยขี่ช้าง ไม่เคยขนอ้อย

 

เราจะเข้าใจคนอื่นอย่างไร ถ้าเราไม่เคยทำ...

 

 

 

 

 

เมียงู เลื้อยสวาท

posted on 26 Sep 2008 22:30 by doggiestyle in 5starStory, extra-ordinary

เวลาเจองูกัดให้เราทำตัวดังต่อไปนี้

1. อย่าตกใจ
2. ถ้าถูกกัดหาเชือกหรืออะไรก็ได้มามัดเหนือปากแผลเพื่อไม่ให้พิษไหลเข้าหัวใจ
3. อย่าเคลื่อนไหวให้มาก เพราะยิ่งเคลื่อนไหวทำให้พิษไหลเข้ากระแสเร็วขึ้น
4. ไปหาหมอให้เร็วที่สุด
5. ถ้ารู้ว่างูอะไรกัด จะดีมาก และจะดีที่สุดถ้าได้งูไปหาหมอด้วย

ห้าข้อข้างบนเป็นข้อปฎิบัติตามความเข้าใจของผมเองเวลาเจองูกัดนะครับ ได้รับการอบรมตอนที่อยู่เชียงราย


ก็โรงแรมมันอยู่ในป่านี่เนอะ ก็ต้องแอบมีความรู้ไว้บ้างแหละ วันๆ จะมาหน้าแป้นๆ บานๆ เที่ยวเก็บช้างผจญลิงสอยมะม่วงไปวันๆ ได้ยังไงกัน

นายฝรั่งที่ทำงานด้วยกันเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสัตว์ครับ คือแกจะมีหนังสืออะไรก็ไม่รู้เยอะแยะมาก รู้หมดว่าตัวนี้ตัวอะไรบ้าง สายพันธุ์อะไร แล้วแกก็ชอบเอามาเล่าให้ฟัง ซึ่งวิชัยก็ได้แต่ผงกหน้าหงึกๆ ฟังแต่ว่า ไอ้นี้มีพิษ ไอ้นี้ไม่มีพิษ


เนื่องด้วยอยู่ป่า แกก็จะมาอบรมให้เรารู้เกี่ยวกับธรรมชาติของงู เช่นงูเป็นสัตว์รักสันติไม่ทำร้ายใคร
แต่ถ้าใครมาสอยก่อนก็ได้เรื่อง

คล้ายๆ คนไทยที่ "ไทยนี่รักสงบ แต่ก็รบไม่ขาด"

แกเล่าว่างูจะไวต่อแรงสั่นสะเทือนมาก เวลาคนเดินมางูจะรู้สึกและมันก็จะเลื้อยหนีไปเอง ยกเว้นเราจะไปทำอันตรายมันก่อน ซึ่งฟังแล้วผมก็เอามาวิเคราะห์เอาเองว่า มันจะมีไอ้มนุษย์ธรรมดาๆ ที่อยู่ดีๆ จะเปรี้ยวตีนไปหาเรื่องงูเหรอวะ

ถ้างั้นงูก็เป็นสัตว์ที่ขี้ตู่ที่สุดชนิดหนึ่งเลยนะ ประมาณว่าสำคัญตัวเองมากใครๆ ก็มายุ่งกับกู ติสแดก...รักสันโดษ... ทำไมใครๆ ก็มายุ่งกับชั้นนะ...นี่แนะ กัดซะเลย

แล้ววันแห่งความจริงก็มาถึง
ผมไปเจองูหน้าห้องแขกครับ คล้ายๆ นัดบอดคือไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนแล้วมาเจอกัน
 แต่ไม่เหมือนนัดบอดตรงที่ไอ้งูมันไม่ได้ส่งsmsมานัดผมล่วงหน้า

งูตัวไม่ได้ใหญ่ครับ แต่ผมก็ไม่แรมโบ้ขนาดสู้กับงูด้วยแข้งเปล่าๆ หรอกถึงแม้ไอ้งูที่ว่ามันจะตัวใหญ่กว่าเชือกฟางนิดเดียวก็ตาม งูอะไรก็ดูไม่ออกนะ ใครไปดูออกงูสามเหลี่ยม งูเหลือม

เห็นแค่เลื้อยได้ นั่นแหละงูพิษ!

 

 

บทเรียนที่หนึ่ง...เมื่อเจองูอย่าตกใจ
ประจันหน้ากันเลยครับ ตามองตา...
มึงถอยไปเลยนะมึง ไม่งั้นกูเหยียบไส้ทะเล็ดด้วย

 

 

งูชูคอครับ...มันสู้เว้ยเฮ้ย!

 

บทเรียนที่สอง...งูไวต่อแรงสั่นสะเทือน
วิชัยกระทืบเท้าลงพื้นสองสามที เกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนขนาด 0.000025 ริกเตอร์

...ถอยไปซี่ ไม่งั้นเหยียบเงามึงจริงๆ ด้วย


ชูคออีก......

เหมือนคนเบ่งกล้ามอะ ประมาณว่ามาซี่ไอ้แว่นเน่า กูจะกัดให้ไข่แหว่งเลยมึง

 


มันเอาจริงเว้ยเฮ้ย


 

 

ทำไงล่ะทีนี้

 

มึงจำไว้...อย่าไปไหนนะ เดี๋ยวกูกลับมา


ตัวตัวไม่ได้มันก็ต้องรุมครับพี่น้อง
เดินไปหาพรรคพวก

วิชัย:"น้องๆ น้องว่างปะ" วิชัยเดินไปหาน้องแม่บ้านที่อยู่แถวๆ นั่น
น้องแม่บ้าน:"ครับพี่ ว่าไงครับ"
วิชัย: "...มานี่หน่อยดิ" วิชัยกวักมือเรียก
วิชัย: "เอาไม้กวาดด้ามยาวมาด้วยนะ"
ไอ้น้องทำหน้างงๆ จะเอาไม้กวาดด้ามยาวไปทำตุ้ยแมวอะไร

วิชัย: "น้องครับ...จัดการงูให้พี่หน่อย"
น้องแม่บ้าน "......."
น้องทำหน้าเสื่อมๆ หันมามองหน้าผม...มันคงคิดอะนะ ว่านี่หน้ากูเหมือนพังพอนนักรึไงวะ ห่า!
น้องแม่บ้าน: "แล้วทำไมพี่ไม่..."
วิชัย: "พี่กลัวมันกัด"
น้องแม่บ้าน: "ครับพี่...ผมไม่กลัวมันกัดเลยครับ"


ถูกของไอ้น้องมัน


หันรีหันขวางอยู่นานส่วนไอ้งูก็ชูคอเท่าที่คอขี้ก้างของมันจะทำได้ จนผมต้องเอาไม้กวาดด้ามยาวๆ มาเขี่ยไอ้งูออกนอกทาง แล้วสตาร์ทวิ่งกลับล็อบบี้อย่างเร็ว

 

ในป่างูเยอะมากครับ แต่ก็น่าจะจริงอย่างที่นายฝรั่งว่าเกี่ยวกับงูรักสันโดษ เพราะว่าไม่ค่อยเจองูเลื้อยไปมาให้เห็นเลยครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เห็นเลย
วันหนึ่งได้ยินข่าวว่ามีคนจับงูยักษ์ได้ตัวหนึ่ง...แล้วคนก็แห่กันไปดูงูที่ว่ากัน
คือมันเป็นงูเห่าครับ แต่มองไกลๆ นึกว่าสายดับเพลิง...เพราะตัวยาวควายมาก
น้องคนแรมโบ้ที่ซัลโวไอ้งูได้ ยืนชูซากงูสุดแขนเลยนะ ยังมีส่วนหางของงูม้วนๆๆ กองอยู่ตรงพื้นอีกอะ ห้ากิโลกรัมคือน้ำหนักเฉพาะส่วนหัว...ย้ำอีกทีนั่นแค่หัวงูครับ

เย็นวันนั้น...
"พี่แว่นครับ วันนี้ไปปาร์ตี้กันมั้ยครับ"
"ปาร์ตี้อะไร"
"ปาร์ตี้เนื้องูต้มครับ"
"....โอเคเลยว่ะ ช่วงนี้กูลดน้ำหนักอยู่"

เรื่องมันน่าจะจบลงตรงที่งูทั้งตัวเปลี่ยนสถานะแยกเป็นส่วนๆ เข้าไปอยู่ในท้องมนุษย์ ย่อยเป็นขี้ออกมา แต่มันกลายเป็นว่านี่เป็นแค่ตอนต้นของเรื่องเท่านั้น เพราะว่ามันทะลึ่งมีตัวเมียออกมาตามหาสามี!

เพราะหลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวลือว่า ได้ยินเสียงงูเห่าในโรงแรม
น้องๆ ที่เป็นคนพื้นเมืองบอกว่างูเห่าที่ตัวใหญ่มากๆ จะสามารถทำเสียงต๊อกๆๆ ออกมาได้ส่วนเสียงจะเป็นยังไงนั้น ผมไม่ค่อยอยากรู้เท่าไหร่ว่ะ

ข่าวลือก็ไปกันใหญ่ครับ มีคนเห็นซากงูซากกบเรี่ยราดบางละ มีคนเห็นคราบที่งูลอกคราบไว้บ้างละ
เรื่องงูตัวเมียมาถึงไคลแมกซ์ตรงที่มีคนสวนคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เจอวัตถุอย่างหนึ่งเลื่อยอยู่ในพงหญ้า ยืนดูอยู่นานไอ้วัตถุที่ว่าก็เคลื่อนตัวไม่หมดสักที กะคร่าวๆ แล้วน่าจะประมาณห้าเมตร

ห้าเมตร! งูซากอ้อยอะไรวะ มันแดกเรือหางยาวรถด่วนเข้าไปรึไง

โรงแรมก็ไม่นิ่งนอนใจครับ แต่จะออกล่างูก็ใช่ที แทนที่จะได้งูอาจต้องจ้างพนักงานเพิ่ม และงูอิ่มได้

...โรงแรมก็เลยไปเชิญโรงบาลมาอบรมวิธีรับมืองูครับ ซึ่งผมก็ได้บทเรียนอย่างที่ผมเขียนไว้ตอนต้น

บทเรียนที่หนึ่ง...
เจองูอย่าตกใจ...แค่เจอขนาดเชือกฟางทำตัวไม่ถูกแล้ว
นี่เจอห้าเมตร...แก้ผ้าลงไปอาบน้ำคลองให้ตัวสะอาดๆ แล้วถอดแว่นแก้ผ้านั่งพับเพียบแล้วเอาซอสพริกกับมายองเนสราดหัวนมกับแก้มตูดให้งูกินเลยดีกว่า

บทเรียนที่สอง...
ถ้าเจองูกัด ให้เอาเชีอกมารัดบนปากแผล
งูห้าเมตร มันคงจะมาจุ๊บเราที่ซอกคอหรอกนะ
ตัวควายขนาดนั้นมันคงพ่นพิษประมาณสองลิตรครึ่งได้ แต่ผมว่ามันคงไม่พ่นพิษให้เมื่อยเหงือกเมื่อยเขี้ยวหรอก มันคงจะเขมือบกันไปทั้งตัวแล้ว!

บทเรียนที่สามสี่และห้า...
อย่าเคลื่อนไหวมาก เพราะพิษจะเข้าสู่หัวใจได้ง่าย...
ให้ไปหาหมอให้ด่วนที่สุด
ถ้าได้ซากงูด้วย จะดีมาก

นี่มันเงื่อนไขเยอะพอๆ กับกู้เงินซื้อบ้านเลยนะ
อย่าเคลื่อนไหว แต่ให้รีบไปหาหมอ...แค่นั่นคิดว่าแย่แล้วใช่มะ


...ถ้าได้ซากงูด้วย จะดีมาก

 

 

อ๋อ โดนงูกัดปุ๊บ เราต้องไปหาเชือกมามัดแล้วก็ลงนวมจัดการปล้ำกับงูยาวห้าเมตรโดยที่เราต้องเคลื่อนไหวให้น้อยๆ จากนั้นก็อุ้มซากงูขึ้นบ่าไปโรงบาลให้เร็วที่สุด ...ฟังดูไม่ซับซ้อนและง่ายมาก

...ผมว่าให้พนักงานเขียนจดหมายลาตาย

ซุก GPS ไว้ในรูตูดพนักงาน

แล้วให้พกเอ็มสิบหกเลยจะดีกว่า

 

หมอครับ ที่สอนมาทั้งหมดน่ะสาธิตให้ดูหน่อยดิ๊...โดยเฉพาะช่วงที่ปล้ำกับงูอะ อยากดูมาก

 

 

ตอนนั้นชีวิตเหมือนต้องการใครสักคนตลอดเวลา...ไปไหนก็ไปกันหมู่คณะ เวลาเจองูควายที่ว่าจะได้ช่วยกันไม่ตกใจ ช่วยกันเตือนกันและกันว่าอย่าเคลื่อนไหวเยอะนะ แล้วจะได้ช่วยกันแท็กทีมปล้ำกับงูในกรงเหล็กได้

 

พนักงานที่นั่นจะมีย่ามกันคนละใบครับ เพราะชุดพนักงานไม่มีกระเป๋า

ในย่ามผมปกติก็จะมีกล้องดิจิตอล เอาไว้ถ่ายรูปเล่น
สมุดโน๊ต เอาไว้จดอะไรต่างๆ
ผงโรยข้าว เอาไว้กินกับข้าวเวลาที่กับข้าวไม่อร่อย
พ๊อกเก็ตบุ๊ค เอาไว้อ่านเล่นตอนที่ต้องไปรอแขกนานๆ
แว่นกันลม เอาไว้ใส่ตอนนั่งเรือ
ไฟฉาย เอาไว้ใช้ตอนอยู่รอบดึก
แล้วก็เศษกระดาษต่างๆ ไฟแช็ค ไม้ขีด เมมโมรี่การ์ด กุญแจห้อง ของกินเล่น ซากอ้อยอะไรไม่รู้เยอะไปหมด

ช่วงที่เมียงูออกอาละวาดก็มีพิเศษขี้นมาคือ เชือกหนึ่งเส้น และนกหวีดหนึ่งอัน
คือเจองูปั๊บ เราตกใจ โดนกัด ไม่เป็นไร เรามีเชือก มัดห้ามพิษ และเป่านกหวีดเรียกเพื่อน
ไม่ซับซ้อนอะไรเลย เป็นขั้นตอนมาก ถ้าผมสามารถหาของที่ต้องการเจอทันทีเลยนะ
ปกติกระเป๋ารกอย่างกับมิติที่สี่ จะเอาอะไรทีแทบจะเทกระเป๋าหา

เวลาไปไหนมาไหนเหมือนจะเจอกันเป็นครั้งสุดท้าย
วิชัย: "ลี่...กูไปหาแขกห้องสิบสี่นะ"
ลี่: "อืม..แล้วไง"
วิชัย: "ถ้ากูไม่กลับมาภายในครึ่งชั่วโมง ช่วยออกไปตามหากูด้วยนะ"

ยิ่งตอนอยู่ดึกนะครับ...พระเจ้าเถอะ ไฟฉายสาดเข้าข้างทางตลอดเวลาโดยที่ไม่ได้กลัวตัวเองเดินสะดุดทางเลยครับ ไม่ได้กลัวโดนงูกัดนะ แต่กลัวโดนกิน...

พอเข้าออฟฟิศก่อนทำงาน ก็จัดการส่องไปใต้โต๊ะก่อน กลัวมันจะมาคดอยู่ใต้โต๊ะรออาหารเย็น อะดินนาลีนหลั่งคืนหนึ่งประมาณลิตรครึ่งได้


 

 

ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครโดนงูกัดหรือโดนงูกินนะครับ คิดว่าเมียงูยักษ์คงดีใจที่สามีออกไปจากชีวิตซะที

 

 แล้วเธอลัลลาก็เลื้อยออกไปหา someone เป็นคู่ชีวิตต่อไป

 

 

 

ป.ล. ผมว่าผมมีเรื่องเกี่ยวกับโรงแรมที่เชียงรายพอสมควรนะ ผมก็เลยขอตั้งหมวดใหม่ในชื่อ

"extra-ordinary" หรือในชื่อไทยว่า "ธุระกันดาร"

กลับไปหาอ่านกันได้นะครับ