iloveit

making of Trailer ซากะ อาโออิ

posted on 11 Mar 2011 13:37 by doggiestyle in iloveit
หลังจากที่คลิป trailer ซากะ อาโออิ: สิ่งมีชีวิตในเจแปนปล่อยออกไป
ผลตอบรับมันเยอะกว่าที่คิดนะครับ กลายเป็น viral ที่ส่งต่อกันย่อยๆ เลยทีเดียว
จากที่เข้าไปกด Like ตามลิงค์ต่างๆ ก็สังเกตเห็นว่า หลายๆๆๆ คนจะถามคำถามเหมือนๆ กันคือ
"ทำนานมั้ย? ถ่ายไปกี่รูป? เมื่อยมั้ย? ทำทำซากอะไร?"
 
วันนี้เรามีคำตอบ!
จริงๆ แล้วต้องขอโทษด้วยเพราะวันที่ปล่อยคลิป การงานที่ออฟฟิศมันยุ่งหัวหมุนมากก็เลยไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรเลย เอาเป็นว่า เอนทรีนี้ ผมจะเล่าให้ฟัง
 
- เหตุมาจาก หนังสือ ฮ่องกงกึ่งสำเร็จรูป ของเต๋อ ที่ทำทีเซอร์หนังสือออกมาได้อย่างเซอร์และถูกใจวิชัยเป็นอย่างมาก
- เหตุมาจาก หนังสือ สิ่งมหัศจรรย์ธรรมดา ของนิ้วกลม ที่ทำทีเซอร์หนังสืออกมาได้...งามเม้ก
- ทำให้กระตุกต่อมคันวิชัยอย่างเร่าๆ ว่า "เค้าจะอาวแบบนั้นบ้างอ่า!!" ก็เลยตั้งใจว่าจะทำทีเซอร์หนังสือตัวเองให้ได้สักครั้ง
- ไอ้ครั่นกลับมามองตัวเอง ทำห่าอะไรไม่เป็นสักอย่าง เทคนิคอะไรก็เป็น
- เงื่อนไขของ trailer ที่ตั้งไว้ก็คือ จะต้อง ง่าย - ลงทุนน้อย - และควรจะโดน
- และในเมื่อเราไม่เป็นเทคนิค เราก็ต้องออกแรงมากกว่าคนอื่น
- stop motion ก็เลยเป็นทางออกที่น่าจะลงตัวที่สุด
- แต่ไอ้คำว่า stop motion เนี่ย ถึงมันจะไม่ได้ใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์อะไรมากในการถ่ายทำ แต่มันต้องใช้พลัง และเวลาที่มากกว่าปกติมาก!!!!
- ไอ้ตอนถ่ายไม่ยุ่ง แต่ตอนประกอบทำนี่ซิ...นรก
- ทีแรกตั้งใจว่าจะใช้มยุรีนี่แหละ ไปถ่ายกันบ้านๆ แป๊ปๆ เสร็จ กลับมาตัดต่อใส่เพลง จบ
- มานึกอีกที เราควรจะมีใครสักคนที่ถ่ายรูปเป็น และเข้าใจกระบวนการหนังมากกว่าเราจะดีกว่าเยอะ
- ผมก็ไม่กล้าชวนใครเลยนะครับ เพราะไอ้การชวนคนมาทำ stop motion เนี่ย มันก็เหมือนการชวนคนไปทำนานะ
- วันนึงก็เลยลองชวน ตุ้ย แห่งบล็อกยักษ์ของนายตุ้ย ผ่านทวิตเตอร์ว่า "ตุ้ย เรามาทำอะไรฟินๆกันมั้ย"
- ต่อมา ผมแชตกับตุ้ย ผ่าน msn ว่าด้วยเรื่อง "ทำอะไรฟินๆ" กัน
- ในการคุยครั้งแรก รู้สึกว่า ตุ้ยไม่ค่อยจะฟินด้วย ก็เลยคิดว่า ยังไงเราก็ไปถ่ายกันเองกับมยุรีก็ยังได้อยู่
- แต่ไม่น่าเชื่อว่า คนทำหนังเดี๋ยวนี้จะชอบทำนากัน (ฮา)
- หลายอาทิตย์ต่อมา ตุ้ยกลับมาอีกครั้งด้วยคำพูดที่ว่า "พี่...เราต้องถ่ายทั้งหมด 720 เฟรม"
- 720 เฟรมเลยเหรอวะ?

- ตุ้ย: ก็ใช่นะซิพี่ 1 วินาที เราต้องมี 24 เฟรม เพราะงั้นเราต้องมีอย่างน้อย 720 เฟรม
- เอ่อตุ้ยครับ...มึงจะโอลิปิคไปนิดนึงละ
- ทีแรกผมคิดไว้คือ 1 วินาทีซัก 10 เฟรม ขำๆ ฮาๆ ได้ฟิลๆ นี่ตุ้ยมันล้อฟรีมาเต็ม...
- ตุ้ย: หูย...พี่...ทำทั้งที พี่ได้งาน ผมได้พอร์ท วิน วิน

- ถึงวินาทีนี้ รู้สึกได้ว่า ตุ้ยมันฟินไปค่อนทางละ ถ้าผมเกิดเปลี่ยนใจล้มโต๊ะ ไม่ทำงานนี้ขึ้นมา ตุ้ยมันต้องขึ้นแท๊กซี่เอาจอบมาจามหัวตอนนั้นเลยแน่ๆ
- อ๊ะๆๆ จัดมา เราก็จัดไป!

 
- เรานัดกันเช้าวันอาทิตย์วันนึงเพื่อไปดูสถานที่และ บล็อกชอตกัน
- นี่คือการบรีฟงานระหว่างครีเอทีฟกับผู้กำกับ...(ผมทำหนังกับตุ้ย ก่อนที่ผมจะทำหนังโฆษณาของงานประจำตัวเองซะอีก)
- สถานที่แรกที่นึกไว้คือ skywalk จากสยามไปชิดลม และรอบๆ สยามสแควร์ เพราะผมอยากได้อารมณ์คนเยอะๆ พลุกพล่านๆ
- แต่ตุ้ยเสนอว่า สวนรถไฟ และสวนสาธารณะข้างจตุจักรเวิร์คกว่า
- ซึ่งมันก็เวิร์คจริงๆ
 
- หนึ่งอาทิตย์ต่อมา กล้องที่สั่งซื้อไว้ก็มาถึง canon G12 และเมมโมรี่การ์ด 4GB
- หนึ่งวันก่อนถ่าย ตุ้ยส่งสตอรี่บอร์ดมาคอนเฟิร์มคิวถ่าย...ซึ่งโอเคกันภายในช่วงลมตด...
- เรานัดถ่ายทำกันวันเสาร์ และเป็นที่โชคดีว่าวันเสาร์วันนั้นอากาศไม่ร้อนเกินไปและมีฝนตกเล็กน้อย
- คุยกับตุ้ยไว้แล้วว่า ถ้าฝนตก ก็จะถ่ายแม่ง ทั้งฝนตกนั่นแหละ ดรามาติคดี
- ตุ้ยไปลากน้องมาร่วมทุกข์ด้วยหนึ่งคน ชื่อน้องอาร์ท...
- วิธีการเท่าที่จำได้คือ...เราแบ่งซีนเป็นคัทๆ แต่ละคัทจะนับเป็นเฟรม

- ความยาวในการก้าวคือ ครึ่งก้าวยกหนึ่งครั้ง
- เช่น คัทบนถนน ต้องถ่ายให้ได้ 140 เฟรม หรือเฟรมเมททริกซ์วนๆ ต้องถ่ายให้ได้ 170 เฟรม
- ตัวเลขจำไม่ได้นะครับ
- ถ้าสังเกตุกันดีๆ ซีนสุดท้ายที่วิชัยไหลมาหยุดที่หน้ากล้อง ตัววิชัยจะยึกยักๆ ไม่นิ่งเท่าไหร่
- ซีนนั้นเป็นซีนแรกที่ถ่ายของวัน...
- ถ้าจำไม่ผิดซีนนั้น ต้องถ่ายให้ได้ 72 เฟรม
- เพียงแค่เฟรมที่ 20 สิ่งที่ผมนึกขึ้นมาในหัวคือ "นี่กูคิดเหี้ยอะไรออกไปวะ"
- หรือเฟรมที่หยุดหน้ากล้องนิ่งๆ แล้วมีชื่อหนังสือขึ้นมา เทคนั้นมี ทั้งหมด 48 เฟรมได้มั้ง
- หลังจากเทคแรกผ่านไป...น้องอาร์ท, ผู้ช่วยอึ้งๆ ไปและพูดว่า "พวกพี่แม่งซาดิสม์มากกนะ"
- ซีนที่ถ่ายทำง่ายที่สุดคือซีนนอนไหลๆ ไปตามสะพาน เพราะได้นอน สบายดี
- ครึ่งเช้า เราน่าจะถ่ายไปได้มากกว่า 700 เฟรมแล้ว
- เร็วกว่าที่คิดไว้เยอะ
- จัดว่าจบสำหรับ สวนรถไฟ ตอนกลางวันเราจะต่อที่สวนจตุจักร
 
- ซีนที่ถ่ายทำยากที่สุดของผมคือซีนบนสะพาน
- เพราะจะตุ้ยอยู่ปลายสะพานด้านนึง และน้องอาร์ทอยู่อีกด้านนึง และส่งสัญญาณมือให้ผมขยับ
- สะพานชันมาก และช้ำมาทั้งวัน...โคตรพ่อเมื่อย!
- สำหรับตุ้ย ซีนที่ถ่ายยากที่สุดคือ ซีนหมุนๆ เมททริกซ์ ซึ่งไม่มีในสตอรี่บอร์ด
- ตุ้ยโอลิมปิค จัดให้เพราะความคัน...
- ถ่ายคัทนั้นเสร็จ ตุ้ยโอลิมปิคถึงกับหลังยอก
- แต่เป็นเทคที่สวยมาก
- โดนเทศบาล, เทศกิจ (หรือเขาเรียกว่าอะไรอะ) มาไล่ในสวนจตุจักร บอกว่าห้ามถ่ายภาพเคลื่อนไหว
- ก็เคลื่อนไหวซากอ้อยกระรอกอะไรครับ เห็นๆ อยู่ว่าภาพนิ่ง
- พี่แกวุ่นวายนู่นนี่ บอกว่าจะไปตามหัวหน้ามา
- ทีแรกกว่าจะหาเรื่องซะหน่อย แต่มาคิดดูอีกที...อืม เกิดพี่เค้าลบรูปทิ้ง จะเหลือแต่ซากแฟ้บซะเปล่าๆ ก็เลยหลบไปที่อื่น
- ไหนๆ จตุจักรมีป้ายห้ามตกปง ตกปลาแล้ว ก็ทำป้าย "ห้ามถ่ายภาพเคลื่อนไหว หรือสต๊อปโมชั่น" ด้วยนะ
- ก่อนกลับบ้าน เจอน้องๆ กลุ่มนึงที่กำลังมาถ่ายคอสเพลย์อยู่
- จัดการไปเรียกมาเข้าฉากซะงั้น
 
- สรุปแล้ว stop motion เรื่องนี้ถ่ายทำทั้งหมดประมาณ 8 ชั่วโมง
- ภาพที่ถ่ายไปทั้งหมด 1,000 กว่ารูป
- แปลว่า วิชัยยกแขน และขาไปเท่านั้นครั้งแหละ
- นายตุ้ยโอลิมปิคก็ก้มๆ เงยๆ กดชัตเตอร์ไปเท่านั้นครั้งแหละ
- คาดว่าตุ้ยคงหลังระบมไปหลายวัน
- สำหรับผม ผมยกขาขวาไม่ไหวไป 1 วันเต็มๆ
- ทีแรก คุยกันว่าจะตัดต่อคลิปตัวนี้หลังจากที่ตุ้ยกลับไปมาจากเที่ยวต่างจังหวัด
- และกำหนดจะปล่อยช่วงวันที่ 20 มีนา
- แต่คาดว่า ตุ้ยคงจะคันเกินไปที่อดทนไม่เกา
- พี่เค้าตัดต่อแบบหยาบๆ เสร็จภายในคืนเดียว
- และทุกสิ่งอย่างเสร็จภายในอาทิตย์นั้น!
- เพลงที่ใช้ คือเพลง Go ของ YMCK ซึ่งในครั้งแรกตุ้ยอาสาจะแต่งใหม่ด้วย
- แต่ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่พร้อม ก็เลยไม่ทันได้ทำ...ซึ่งแค่นี้ก็สุดยอดแล้วแหละ!


- คลิปนี้โหดไปหน่อย แต่สนุกมากครับ
- ขอบคุณท่านตุ้ยโอลิมปิค (เติมยศให้ ในฐานะที่ "จริงจังและไปถึง")
- ขอบคุณน้องอาร์ทที่อดทนตากแดด แบกกระเป๋าจดเฟรม
- และขอบคุณทุกท่านที่ส่งต่อคลิปนี้ครับ
- เราขอสัญญาว่าถ้าเราจะทำ stop motion กันอีก...เรื่องหน้าจะอยู่แต่ในที่ร่ม...
- และเราจะไม่เล่นท่ายากครับ!
 
 
 
เอนทรีหน้า...มาคุยกันเรื่องหนังสือกัน!
 

book trailer ซากะอาโออิ!!

posted on 09 Mar 2011 12:19 by doggiestyle in clipsCLIPS, iloveit
กรุณารับชมในโหมด HD
 
 
พบกันในงานหนังสือนี้นะครับ!
ครีเอทรนหาที่โดย วิชัย
บ้าพลังและกำกับโดย นายตุ้ย